ใครจะคิดว่า “กระเทียม” ที่เรานำมาปรุงอาหารจะมีสรรพคุณดีขนาดที่ช่วยป้องกันโรคอันตรายร้ายแรงได้ถึง 3 โรค ส่วนจะมีโรคใดบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1. โรคหัวใจ

จากการวิจัยพบว่ากระเทียมมีสารที่ช่วยลดการเกิดเส้นเลือดแข็ง ป้องกันการจับตัวเป็นก้อนของเลือด จึงทำให้ป้องกันความเสี่ยงของภาวะหัวใจขาดเลือด อีกทั้งยังช่วยลดระดับความดันได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่มีปัญหาความดัน หรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจ ลองรับประทานกระเทียมทุกวัน ประมาณวันละ 900 มิลลิกรัม

2. โรคหวัด

มีการทดลองให้คน 2 กลุ่มทานกระเทียมในช่วงที่โรคหวัดระบาด ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ทานกระเทียมเป็นหวัดน้อยมาก หรือแทบไม่เป็นเลย สำหรับคนที่เป็นก็หายจากหวัดได้เร็วกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้ทานกระเทียม

จึงทำให้ทราบว่า กระเทียมมีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี

3. โรคมะ เร็ง

ไม่น่าเชื่อว่า เจ้ากระเทียมเล็กๆ จะต่อกรกับมะ เร็งร้ายแรงได้เชียวหรือ แต่ขอบอกว่าผลการทดลองยืนยันแล้วว่า กระเทียมช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะ เร็งได้ โดยเฉพาะมะ เร็งในลำไส้ใหญ่ และมะ เร็งกระเพาะ

นอกจากสมุนไพรในครัวอย่าง “กระเทียม” จะมีสรรพคุณดีต่อร่างกายแล้ว ยังมีพืชผักในครัวอีกหลายชนิดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น หอมแดง ต้นหอม ผักชี ตะไคร้ ขมิ้นชัน เป็นต้น

ประโยชน์ของกระเทียม

-ประโยชน์หลัก ๆ ของกระเทียมคงหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยปรุงรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่าง ๆ อีกสารพัด

-กระเทียมเป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิดอื่น ๆ อีกทั้งยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกาย

-นอกจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น

คำแนะนำและข้อควรระวังในการใช้กระเทียม

1.กระเทียมยิ่งสดเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสรรพคุณที่ดีมากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับกระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือผ่านการหมักดอง จะทำให้วิตามินและสารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นสลายตัวไป

2.วิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดินและสภาพอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกอีกด้วย

3.สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ มีระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ผู้ที่มีอาการของเลือดหยุดไหลช้า รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาอื่น ๆ เป็นประจำ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านไวรัส

คุณไม่ควรรับประทานกระเทียมหรือผลิตภัณฑ์กระเทียมเสริมในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เป็นโทษต่อร่างกายได้

4.สำหรับผู้ที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อรับประทานได้ โดยอาจจะมีอาการคลื่นไส้ และมีอาหารหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวจะค่อย ๆ หายไปเองภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารมักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมแบบสด ๆ

5.สำหรับผู้ที่อยู่ในครัวหรือผู้ต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเป็นประจำและเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ มีตุ่มน้ำได้ ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกระเทียมโดยตรงเป็นประจำด้วยการสวมถึงมือทุกครั้งในขณะที่จะใช้กระเทียม

6.แม้ว่ากระเทียมจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณอยู่มากมาย แต่คุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลในการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง

อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละบุคคลก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณควรเลือกรับประทานให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะพืชผักสมุนไพรทั่ว ๆ ไป ถ้าศึกษากันจริง ๆ แล้ว มันก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลย

7.ปัจจุบันในบ้านเรายังไม่มีการรับรองว่ากระเทียมนั้นจะสามารถรักษาโรคได้จริง คงเป็นได้เพียงแต่สมุนไพรทางเลือกในการรักษาและสมุนไพรเสริมสุขภาพเท่านั้น