หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ยาอายุวัฒนะ” กันอยู่บ่อยๆ ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนเป็นยาไกลตัว ต้องสมุนไพรหายาก วิธีการทำยาก ต้องมาปั้นเป็นยาลูกกลอนหรือป่าว จึงจะเรียกเป็นยาอายุวัฒนะได้

โดยหลายคนยังไม่ทราบว่าอายุวัฒนะที่กล่าวมาข้างต้นนั้นยังรวมไปถึงสมุนไพรธรรมดาๆที่เรากินอยู่ทุกวัน ด้วย ทาง ลองลองดู.com เลยได้รวบรวม10สูตรยาอายุวัฒนะ ที่หาง่ายทำง่ายไว้ให้ลองดูกัน

ขนานที่ ๑

ท่านให้เอา มะตูมอ่อน ๑ ผล นำมาคว้านเอาเนื้อในออกให้หมดแล้ว เอาพริกไทยร่อน บรรจุให้เต็มผลมะตูมนั้น แล้วหั่นผลมะตูมนั้น และเนื้อมะตูมนั้นให้เป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง บดให้ละเอียด ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา เก็บใส่โหลไว้ ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๒ เวลา เช้า-เย็น มีสรรพคุณทำให้มีสุขภาพอนามัยดียิ่งนักแลฯ

ที่มา : พระวินัย เปมสีโล วัดหนองรี อ.เมือง ชลบุรี

ขนานที่ ๒

ท่านให้เอา ต้นบอระเพ็ดสดๆ นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ ละประมาณ ๒ องคุลี ดองกับน้ำผึ้งแท้ เก็บไว้ประมาณ ๑๕-๓๐ วัน

ใช้รับประทานเวลาก่อนนอน ครั้งละ ๑ ท่อน ทุกวัน มีสรรพคุณบำบัดโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี เลือดลมเดินสะดวก ไม่ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีอายุยืนฯ

ที่มา : คุณประมุข สุขทรัพย์ศรี กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๓

ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอทั้งห้า (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแดดให้แห้ง ตำให้ละเอียด จำนวน ๒ ส่วน กับ พริกไทยร่อน จำนวน ๑ ส่วน นำมาผสมกันบดเป็นผง ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา

ใช้รับประทานเวลาหลังอาหารเช้า-เย็น มีสรรพคุณแก้โรคลม แก้เสียงแหบแห้ง เจริญอาหาร เลือดลมเดินสะดวก อายุยืน ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

ที่มา : พระใบฎีกาบาง ถาวรธมฺโม วัดดงสัก อ.หนองโดน สระบุรี

ขนานที่ ๔

ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอ หนัก ๒ กก. หัวแห้วหมู หนัก ๒ กก. พริกไทยร่อน หนักเท่ายาทั้งหลาย (คือ หนัก ๔ กก.) นำมาตากแดดให้แห้ง ตำเป็นผง ใส่ภาชนะแล้วใส่น้ำผึ้งแท้ให้ท่วมตัวยา หมักดองไว้ ๓ วัน ปั้นเป็นลูกกลอน

ใช้รับประทานเวลาเช้า-เย็น เป็นประจำทุกวัน มีสรรพคุณทำให้มีสุขภาพอนามัยดี มีอายุยืนนานแลฯ

ที่มา : พระครูถาวรธรรมสาร วัดลาดทราย อ.วังน้อย อยุธยา

ขนานที่ ๕

 

ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอ หนัก ๓ ตำลึง พริกไทยร่อน หนัก ๑ ตำลึง หัวแห้วหมู หนัก ๑ ตำลึง ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้นำมาตากแดดให้แห้งตำเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอน

ใช้รับประทานเวลาหลังอาหารเย็น เป็นประจำทุกวัน มีสรรพคุณทำให้ท้องเป็นปรกติ บำรุงเส้น รักษาน้ำเหลือง ทำให้นัยน์ตาแจ่มใส ไม่เป็นฝี ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

ที่มา : ร.ต.อ. เปี่ยม บุญยะโชติ กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๖

ท่านให้เอา ต้นบอระเพ็ด นำมาหั่นตากแดดให้แห้ง หนัก ๑ ส่วน เกลือทะเล (เกลือใส่แกง) หนัก ๑ ส่วน ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้นำมาตำผสมกันให้ละเอียด ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ หนัก ๑ ส่วน ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย

ใช้รับประทานเวลาก่อนอาหาร วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพอนามัยดี ไม่แก่เร็ว มีลักษณะกระชุ่มกระชวยอยู่เสมอแลฯ

ที่มา : วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๗

ท่านให้เอา เกลือทะเล (เกลือใส่แกง) ๑ ข้าวสาร ๑ พริกไทยร่อน ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาอย่างละ ๑ ถ้วยชาเท่ากัน นำมาคั่วไฟทีละอย่าง นำมาตำผสมกันให้ละเอียด ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอน

ใช้รับประทานเวลาก่อนนอนทุกวัน มีสรรพคุณทำให้มีสุขภาพอนามัยดี มีอายุยืนแลฯ

ที่มา : วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๘

ท่านให้เอา พริกไทยร่อน ๑ หัวแห้วหมู ๑ หัวกระชาย ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๔ บาทเท่ากัน บอระเพ็ด หนัก ๑๒ บาท ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้นำมาตำเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งแท้

ใช้รับประทานเป็นประจำทุกวัน มีสรรพคุณทำให้ไม่มีโรคเบียดเบียน มีอายุยืนแลฯ

ที่มา : ร.ต.อ. เปี่ยม บุญยะโชติ กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๙

ท่านให้เอา พริกไทยดำ ๑ หัวแห้วหมู ๑ หัวกระเทียม ๑ หัวกระชาย ๑ ต้นเหงือกปลาหมอ ๑ ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นำมาตำเป็นผง ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา

ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด เวลาก่อนนอน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะวิเศษนักแลฯ

ที่มา : พระครูพิเศษสรวุฒิ วัดใหม่ชัยมงคล อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

ขนานที่ ๑๐

ท่านเอา “เกลือ ๓ มะขาม ๗ บอระเพ็ด ๕” คือ เกลือทะเล (บดละเอียด) ๓ แก้ว มะขามเปียก (แกะเอาเม็ดออกแล้ว) ๗ แก้ว บอระเพ็ด (หั่นเป็นท่อนสั้นๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง) ๕ แก้ว นำตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้มาผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา

ใช้รับประทาน เวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น วันละ ๒ เวลา มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะที่ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

ที่มา : พระอธิการวิรัตน์ วุฑฺฒปญฺโญ วัดอู่ทอง อ.อู่ทอง สุพรรณบุรี

 

*หมายเหตุ จากข้อมูลข้างต้น การบริโภคสมุนไพรแต่ละชนิดควรได้รับการทดสอบอาการแพ้ก่อนบริโภคทุกครั้ง เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับผู้บริโภคในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรใช้อย่างระมัดระวัง เช่นเดียวกับการรับประทานยาแผนปัจจุบัน

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : www.samunpri.com

SHARE