Tuesday, October 27, 2020
Home Blog Page 7
นี่อาจเป็นครอบครัวใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อชายชาวอินเดีย มีภรรยามากถึง 39 คน ลูก 94 คน และหลานอีก 33 คน ทั้งหมดคือ อยู่รวมกัน สำนักข่าวเดลิเมล์ ประเทศอังกฤษ รายงานว่า นายไซออนา ชนา ชายชาวอินเดีย ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว มีสมาชิกในบ้านของเขามากถึง 181 คน เป็นภรรยา 39 คน ลูก 94 คน หลาน 33 คน แถมยังมีบรรดาเขยและสะใภ้อีก โดยพวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นอาคารหลายชั้น บริเวณเนินเขาของหมู่บ้านพักตวัง ในรัฐมิโซรัม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย นายชนา เปิดเผยว่า เขานับถือลัทธิที่สนับสนุนการขยายครอบครัว และจะยังไม่หยุดมองหาภรรยาคนต่อไป เพื่อขยายครอบครัวตามลัทธินี้ ทั้งนี้ งานบ้านทั้งหมด จะมีภรรยาคนที่ 1 เป็นคนคอยดูแลสั่งการ เช่น การทำอาหารมื้อเย็น ต้องใช้ไก่ 30 ตัว มีการแบ่งทีมปอกมันฝรั่ง หุงข้าว เป็นต้น ขณะที่ภรรยาบางคน เผยว่า ครอบครัวของเขาไร้ปัญหาความขัดแย้งใด ๆ ทั้งทุกคนยังรักใคร่กลมเกลียวกันดีอีกด้วย พวกเขาอาศัยรวมกันที่แมนชั่นแห่งหนึ่งที่มีจำนวนห้องถึง 100 ห้อง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน...
ในชีวิตคนเรานี้ไม่แน่ไม่นอน มีขึ้นมีลงเป็นเรื่องธรรมดา ยามขึ้นก็เนื้อหอม ผู้คนรู้จักมักใคร่ นับไม่ถ้วน แต่ยามคุณตกต่ำนี่สิคนรักนับร้อยต่างหายหน้าไปไหนหมด วันนี้เรามีบทความดีดีอยากจะมาเล่าสู่กันฟังว่า เมื่อชีวิตคุณเริ่ม ตกต่ำ คุณจะได้เห็นคน 4 ประเภทนี้ ไปดูกันเลย 1. คนที่ช่วยคุณโดยไม่คิด 2. คนที่ไม่คิด แม้แต่จะช่วยคุณ 3. คนที่อยู่เคียงข้างคุณ ตลอดไป 4. คนที่จากคุณไป ไม่กลับมา อย่ามัวเสียเวลานั่งอาลัยอาวรถึงคนที่จากไป แต่จงพิจารณาให้เห็นว่า ทุกๆ อย่างในชีวิต ย่อมไม่มีอะไรแน่นอน ทุกๆ คนย่อมแปรเปลี่ยน ท้องฟ้ายังมีเวลามืด คนเราก็ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนไป เส้นทางยังอีกไกล อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ เพราะไม่แน่เสมอไปว่า “เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป” ตอนรุ่งเรือง ใครๆ ก็อยากเป็นเพื่อนกับคุณ ..ตอนตกต่ำ คุณกลับต้องเริ่มทำความรู้จักเพื่อนใหม่อีกครั้ง กับบางคน เมื่อก่อนคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไร แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าไป คนบางคน พอได้รู้จัก ก็ไม่อยากรู้จักมากไปกว่านี้อีกแล้ว ตอนที่คุณทำดี น้อยคนที่จะสนใจ แต่ตอนที่คุณทำพลาด แม้ยืนหายใจอยู่เฉยๆ ก็ผิด บางคนเขาไม่ช่วยเหลือเรา ไม่ใช่ความผิดเขา ไม่ควรตัดสินคนอื่นด้วยอคติ เพราะในตอนนี้ เขาอาจจะลำบากกว่าที่คุณเผชิญอยู่ก็เป็นได้ และเรื่องต่างๆ ในชีวิต จะทำให้เราเห็นว่า ใครที่ทำให้เราเสียร้องไห้ ใครเรียกรอยยิ้มจากเราได้ ใครพร้อมจะเข้าใจเรา ใครเป็นกลาง ใครหูเบา ใครบ้างที่รักและจริงใจกับเรา ไม่ว่าสถานการณ์จะแย่แค่ไหน ใครกันที่พร้อมจะออกห่าง...
“จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยมิต้องไปเปรียบเทียบชีวิตของผู้อื่น” คือ ข้อความสุดท้ายใน ส.ค.ส.2559 ที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม เขียนไว้ก่อนที่ท่านจะละสังขารในเช้าวันที่ 25 มกราคม 2559 ด้วยโรคปอดอักเสบ สิริรวมอายุได้ 87 ปี 5 เดือน 10 วัน คนที่เคยได้ยินชื่อเสียงของหลวงพ่อจรัญ จะรู้ว่านอกจากท่านจะเคยเป็นอดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีแล้ว หลวงพ่อจรัญยังเป็นพระนักปฏิบัติ นักเทศน์ นักสอน ที่มีลีลาการสอนธรรมะที่ลึกซึ้งแต่เรียบง่าย ทำให้ไม่น่าเบื่อ คำสอนของหลวงพ่อจรัญใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายๆ มีเหตุมีผล เช่น “ความถูกใจเป็นกิเลส ความถูกต้องเป็นคุณธรรม” “ถ้ามีธรรมะ บุญมาเอง” “สร้างบุญใช้สติ ไม่ต้องใช้สตางค์ พวกเราหาแต่สตางค์ ไม่หาสติกันเลย” ด้วยเหตุนี้ในแต่ละวันจึงมีผู้เดินทางไปกราบสักการะหลวงพ่อเป็นจำนวนมาก ยิ่งถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันสำคัญๆของวัดอัมพวันด้วยแล้ว จะมีผู้คนไม่ต่ำกว่า 3-4 พันคนเดินทางไปทำบุญและกราบสักการะหลวงพ่อตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อจรัญจริงๆแล้ว จะรู้ว่าคุณธรรมที่หลวงพ่อเน้นย้ำเสมอ นอกจากเรื่องของ “การให้” แล้ว ท่านยังเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความกตัญญูที่ไม่ใช่แค่สอน แต่ท่านได้ปฏิบัติให้เห็น ทำให้ดูเป็นตัวอย่างมาโดยตลอด เรื่องนี้ ชินวัฒก์ รัตนเสถียร หนึ่งในลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ บันทึกไว้ในหนังสือชื่อ “อนุสาสนีปาฏิหาริઈ” ว่า “พระเดชพระคุณหลวงพ่อถือปฏิบัติเคร่งครัดมากในเรื่องนี้ อย่างเช่น ทุกวันที่ 15 เมษายน ถือเป็นวัน กตัญญู หลวงพ่อจะบำเพ็ญกุศลโดยมีโยมมารดาของท่านมาเป็นประธาน อุทิศถวายแด่อดีตเจ้าอาวาสที่เคยครองวัดอัมพวัน...
ปัญหาเกี่ยวกับการเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ทำอะไรก็ติดขัดไม่ราบรื่น พบเจอแต่ปัญหา หยิบจับอะไรก็เสียหายไปหมด ไร้คนช่วยเหลือ ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจาก วิบากรรม“การเอาเปรียบ” เป็นวิบากกรรม หาได้มาก็มีเรื่องต้องจ่าย ทำอะไรติดขัดไม่ราบรื่น พบกับอุปสรรคต่างๆ ทำอะไรก็ไม่ขึ้น หยิบจับอะไรเป็นเสียหาย ไร้คนช่วยเหลือมองไปทางไหนก็มืดมน วันนี้เราได้นำวิธีแก้กรรมมาให้ได้ดูกัน สำหรับหลายๆ คนที่ยังไม่รู้ อย่ากังวลใจไป เพราะวันนี้เราได้นำวิธีการแก้กรรมมาให้ทุกท่านได้ทราบกันดังต่อไปนี้ 1. แนะนำให้ใส่บาตรพระ ให้ใส่ข้าวสารชนิดที่ดีที่สุด ใช้ถุงพลาสติกห่อให้ดี เราจะได้อานิสงส์ในเรื่องของการกินไม่หมดไม่อดอยาก จะได้ดิบได้ดีเกี่ยวกับการทำมาหากิน เพราะว่าพระท่านได้บิณฑบาตทุกวัน จะต้องมีกินในทุกวัน อานิสงส์ของการให้ จะทวีคูณให้กับเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า 2. หากคนไหนรู้สึกว่าตัวเองนั้นเงินไม่คล่อง มีเงินเท่าไหร่ก็หมด เป็นวิบากกรรมผิดเกี่ยวกับการเงิน แสดงถึงว่าชาติที่แล้วติดหนี้สิน มีเวรมีกรรมต่อผู้คนอื่นไว้เยอะ จะต้องแก้ด้วยการถวายข้าวสาร หนักกว่าน้ำหนักตัวเรา และบวกไปอีก 1 กิโลกรัม ถวายสังฆทาน หรือจะบริจาคเป็นทานให้กับ มูลนิธิต่างๆ ก็ได้ เพื่อเป็นการดึงโชคชะตา เป็นการแก้กรรม อีกทั้งเป็นทานบริวาร หากทำหมดทีเดียวไม่ได้ ให้ทำทั้งหมดภายใน 3 เดือน แบ่งทำ ไม่ใช่เอาไปมอบให้นอกเขตพระศาสนา เนื้อนาบุญมันน้อย ได้บุญน้อย ต้องในเขตจึงจะแก้กรรมได้ จากนั้น ตั้งใจกรวดน้ำว่า หากเราเคยติดหนี้ใครไม่ได้ใช้ในอดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติทั้งหมดนี้ เราขอชดใช้ให้ด้วยอานิสงส์จากการถวายข้าวสาร เหล่านี้...
เรื่องสิ่งของนำโชคหรือเครื่องรางถือเป็นความเชื่อหนึ่งที่ชาวไทยหลายคนมักหามาพกไว้ติดตัวไม่ว่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างพระเครื่องหรือแม้กระทั้งเครื่องรางต่างๆที่สามารถเรียกโชคเรียกทรัพย์ได้ หลายคนก็มักหามาเก็บกันวันนี้เราจะพาทุกท่านไปดู เงินขวัญถุง ของแต่ละปีนักษัตรว่าควรพกแบงค์อะไร และทำเช่นไรเงินทองจำไหลมาเทมาไม่ขาด ส่วนใหญ่จะพับเป็นสามเหลี่ยมเก็บไว้แบบนี้ ปีชวด ผู้ที่เกิดปีชวด ควรจะพกธนบัตร 20 บาท ที่ลงท้ายด้วยเลข 7 จากนั้นพับเป็นสามเหลี่ยม ตั้งนะโม 3 จบ แล้วท่องคาถาต่อไปนี้ “อิติบูชา จะมะหาราชา สัพพะสเน่หา อะระหังสัมมา สัมพุทโธมามา ยาตรายามดี วันชัยมารศรี สวัสดีราโพ นะโมพุทธายะ” ปีฉลู ผู้ที่เกิดปีฉลู ควรพกธนบัตร 50 บาท ที่ลงท้ายด้วยเลข 2 จากนั้นพับเป็นสามเหลี่ยม ตั้งนะโม 3 จบ แล้วท่องคาถาต่อไปนี้ “อิติบูชา จะมะหาราชา สัพพะสเน่หา อะระหังสัมมา สัมพุทโธมามา ยาตรายามดี วันชัยมารศรี สวัสดีราโพ นะโมพุทธายะ” ปีขาล ผู้ที่เกิดปีขาล ควรพกธนบัตร 20 บาท ที่ลงท้ายด้วยเลข 5 จากนั้นพับเป็นสามเหลี่ยม ตั้งนะโม 3 จบ แล้วท่องคาถาต่อไปนี้ “อิติบูชา จะมะหาราชา สัพพะสเน่หา อะระหังสัมมา สัมพุทโธมามา ยาตรายามดี วันชัยมารศรี สวัสดีราโพ นะโมพุทธายะ” ปีเถาะ ผู้ที่เกิดปีเถาะ ควรพกธนบัตร 100 บาท ที่ลงท้ายด้วยเลข 6. จากนั้นพับเป็นสามเหลี่ยม ตั้งนะโม 3...
วันนี้เรามีคำบอกกล่าวมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้าง ผู้หญิง ที่มีลักษณะแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีบุญมาก มีวาสนาดี บอกเลยว่า มีเงินใช้ไม่ลำบากอย่างแน่นอน 1 ปล่อยได้ วางได้ เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็น คนที่รู้จักการปล่อยวาง ไม่เป็นคนที่แบกรับทุกอย่างที่ขวางหน้าเข้ามาคิดเข้ามาเก็บเอาไว้ รู้จักปล่อยวางไม่ยึดติด กับสิ่งที่เกิดขึ้น 2 ไม่เคยกลัว เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็น ความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ ปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามาจะมีความมั่นใจ มีความคิดที่จะแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆไปได้อย่างราบรื่น 3 ไม่จำเป็นต้องบ่น เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็น ผู้ที่มีปัญญา ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต เข้าใจถึงระดับวาสนาของตนเองและผู้อื่น เข้าใจธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจไปทุกอย่าง 4 รอได้ คอยได้ เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็นคนที่มีความใจเย็น มีความยืดหยุ่นตามกำลังของบุญที่มีมา ไม่ใจร้อน เห็นถึงจังหวะและโอกาสที่เข้ามาของชีวิต   5 อดได้ ทนได้ เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็นพลังงานในด้านของความเข้มแข็ง ทำให้มีความอดทน มีความคิดไม่หวั่นไหวต่อปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆที่เข้ามา เห็นถึงความสำเร็จมาจากความอดทน และมีความอดทนที่มีความสุข 6 สงบได้ เย็นได้ เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็นคนที่มีความสงบ มีความเย็นได้ ไม่เป็นคนที่ร้อนรนรู้สึกวุ่นวายหรือกระวนใจ ถึงจะตกอยู่ในกับเหตุการณ์ที่ไม่ดี ก็ทำใจได้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 7 รู้ได้ ตื่นได้ และเบิกบานได้ เมื่อเกิดมามีบุญ ผลแห่งบุญนั้นก็จะเปลี่ยนให้เป็น ความรู้...
เชื่อว่าคำทำนายต้องถูกใจคอหวยทั้งหลายอย่างแน่นอน เพราะวันนี้ มีข่าวดีเรื่องโชคลาภมาฝาก โดย “หมอดูดัง” ได้ทายทักมาว่า 4 ຣาศี มีเกณฑ์จะถูกหวย ຣวยเพราะ เลขใกล้ตัว เช่น ทะเบียนรถ หรือ เลขที่บ้าน ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีให้จัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียวสำหรับนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย แต่ทั้งนี้ จะแก่ຣาศีไหนบ้างนั้น ตามมาดูพร้อมกันเลยจ้า 4 ຣาศี ที่มีโอกาสถูกหวย ຣวยเพราะเลขใกล้ตัว ได้แก่ชาว ผู้ที่เกิดຣาศีเมษ : ตั้งแต่ 13 เมษายน ถึง 14 พฤษภาคม ผู้ที่เกิดຣาศีธนู : ตั้งแต่ 16 ธันวาคม – 14 มกราคม ผู้ที่เกิดຣาศีตุลย์ : ตั้งแต่ 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน ผู้ที่เกิดຣาศีมังกร : ตั้งแต่ 15 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ ทั้ง 4 ຣาศีที่จะโชคดีกว่าຣาศีอื่น บางทีอยู่ดี ก็จะมีคนนำโชคลาภมาให้ ไม่ได้ตั้งใจซื้อหวย แต่ก็อาจจะຣวยเพราะถูกยัดเยียดให้ซื้อ บางคนจะฝันเด็ด ฝันแม่น หรือถ้าไม่ฝันเอง...
หากกล่าวถึงการทำบุญแล้วนั้น ส่งนใหญ่คนก็จะนึกถึงการทำบุญที่วัดทไบุญกับพระ คนไทยเรานั้นเป็นพวกที่ชอบทำบุญ แต่บุญที่ทำกันเป็นส่วนใหญ่มักจะเป็นการบริจาคเงินหรือปัจจัยในโอกาสต่างๆ เช่น ช่วยไถ่ชีวิตโค-กระบือ ซื้อโลงศຟโ ช่วยบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม สร้างห้องส้วมให้โรงเรียน หรือช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นการทำบุญที่หลากหลาย แต่โดยแท้จริงแล้วก็ยังอยู่ในเรื่อง “ให้ทาน” เป็นหลัก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ไม่มีโอกาสทำทานดังกล่าวด้วยซ้ำ ครั้นจะทำบุญใส่บาตรหรือไปวัดใกล้บ้าน ข่าวในทางลบของพวกอลัชชีก็ทำให้หลายคนเสื่อมศรัทธา และห่างเหินจากการทำบุญไปมาก จนหลายคนเกิดปริวิตกว่า การที่ตนไม่ค่อยทำบุญเลยเช่นนี้ เกิดชาติหน้าหรือภายหน้าชีวิต คงต้องตกระกำลำบากกว่าคนที่ชอบทำบุญให้ทานประจำเป็นแน่ ซึ่งความเข้าใจข้างต้นก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่มิใช่ทั้งหมด เพราะการ “ทำบุญ” ในทางพุทธศาสนา ไม่ได้มีเพียงการให้ทานหรือทำบุญกับพระและวัดເท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้ถึง ๑๐ วิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีเป็นอย่างไร กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ขอนำมาเล่าสู่กันฟัง และขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้สร้างกุศล (สิ่งที่ดี ที่ชอบ และฉลาด) ที่ทำได้ตลอดเวลา ดังต่อไปนี้ ก่อนอื่นมารู้จักความหมายของคำว่า “บุญ” เสียก่อน คำว่า “บุญ” โดยทั่วไปหมายถึง การกระทำความดี มาจากภาษาบาลีว่า “ปุญญะ” แปลว่า เครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ดังนั้น บุญจึงเป็นเสมือนเครื่องกำจัดสิ่งเศร้าหมองที่เราเรียกกันว่า “กิเลส” ให้ออกไปจากใจ บุญจะช่วยให้เราลด ละ เลิกความโลภ ความเห็นแก่ตัว...
คนไทยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีความเชื่อเรื่องบาปบุญ ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเมื่อเรามีเคราะห์หรือทุกข์ร้อนต่างๆ วิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาสิ่งเล วร้ายต่างๆ ให้ทุเลาเบาบางลงไปบ้าง ก็คือการไปทำบุญ เข้าวัดเข้าวา และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยนั้นก็คือการ สะเดาะเคราะห์ บางครั้งเราเองก็เคยไปสะเดาะเคราะห์โดยการปล่อยสัตว์ต่างๆ ให้เป็นอิสระ แต่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ด้วยซ้ำไปว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลแก่ตัวเราอย่างไร ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราต้องการสะเดาะห์เคราะห์เพื่อผลบางอย่างเราจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะทำบุญสะเดาะเคราะห์กี่ครั้งก็ไม่เท่าการปฏิบัติด้วยการสวดมนต์บทนี้ บูระพารัสมิง พรพุทธะคุณัง บูรพารัสมิง พระธัมเมตัง บูรพารัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุฯ อาคะเนยรัสมิง พรพุทธะคุณัง อาคะเนยรัสมิง พระธัมเมตัง อาคะเนยรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุฯ ทักษิณรัสมิง พรพุทธะคุณัง ทักษิณรัสมิง พระธัมเมตัง...
การ แก้กรรม 45 อย่าง (ควรอ่านอย่างยิ่ง) มีหลายๆคนที่รู้สึกว่าการดำเนินชีวิตของตัวเองทำไม ไม่เรียบง่าย ไม่นาบลื่น หรือผ่านอุปสรรคยากกว่าคนอื่น หลายคนคงได้ประสบพบเจอกับความผิดพลาด ปัญหาต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดกับตัวเอง เพราะฉนั้น เรามาทำความใจกับดีกว่า ว่าปัญหาที่เราพบเจอ เกิดจากอะไร แล้วควรจะแก้ไขอย่างไร 1. กรรมที่ไม่มีลูก กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์ หรือมูลนิธิเด็กอ่อน 2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์ ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต 3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพระ บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด 4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ 5. สูญเสียคนใกล้ชิด กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ...

เรื่องน่าสนใจอีกเพียบ