เพกา (ลิ้นฟ้า) ผักพื้นบ้านธรรมดาที่ไม่ได้มีดี แค่จิ้มกินกับน้ำพริก

0
1726

การใช้ประโยชน์เป็นอาหาร

เพกา กินได้ทั้งดอก ยอดอ่อน และฝักอ่อน โดยจะมีให้เก็บกินกันตลอดปี จะมีมากก็ในช่วงปลายฝนต้นหนาว วิธีการเก็บฝักเพกาต้องใช้ไม้สอยเอา เพราะฝักอยู่ยอดต้น เลือกที่มีเปลือกสีเขียว ฝักไม่ใหญ่มาก เมื่อสอยลงมาใช้เล็บจิกได้ แสดงว่าฝักอ่อนพอดีกิน นำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด เวลาจะกินก็เพียงนำฝักอ่อนไปต้มหรือลวก แต่ที่นิยม ก็จะเอาไปเผาไฟ ใช้ไฟแรงสักหน่อยจนเปลือกพองไหม้ทั่ว พอฝักอ่อนตัว นำมาแช่น้ำลอกเอาเปลือกที่ไหม้ออก

เพกา นอกจากกินเป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว ยังนำมาทอดกับไข่ หรือผัดกับหมูแทนผักอื่นก็ได้เช่นกัน หรือจะนำไปแกงกะทิกับหมูย่างหรือปลาย่าง ถ้ากินเป็นผักจิ้มก็จะหั่นเป็นชิ้นตามขวาง หนาพอประมาณ ด้วยรสขม อมรสหวานหน่อยๆ เนื้อนุ่ม ซึ่งเข้ากันได้ดีกับอาหารรสจัด (หรือจะกินสดๆ ก็ได้ แต่จะมีรสเผ็ดเล็กน้อย)

ส่วนยอดและดอกอ่อน เมื่อนำมาทำอาหาร อาจจะลวกหรือต้ม แล้วเคี่ยวหัวกะทิข้นๆ ราดข้างบน ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติและลดความขมลงได้ หรือจะนำมาผัดใส่กุ้ง และยำก็ได้เช่นกัน

เพกา คนจีน เรียกว่า โซยเตียจั้ว จะใช้เพกาเป็นส่วนผสมตัวหนึ่งของน้ำจับเลี้ยง ดื่มเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายคลายร้อน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับความร้อนในร่างกาย ตำรับยาไทย เปลือกของต้นเพกาจะเอามาต้มน้ำให้แม่ลูกอ่อนดื่ม ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ดับพิษโลหิตและบำรุงเลือด บางตำรับจะนำเปลือกเพกาไปเผาไฟ จากนั้นก็นำมาแช่น้ำเย็น เอาน้ำมาดื่มแก้ร้อนในได้

เพกา (ลิ้นฟ้า) มีสรรพคุณเป็นยา ตามตำรายาสมุนไพรนั้นเราจะใช้ส่วนต่างๆของต้นเพกาตั้งแต่ ราก เปลือกต้น ฝัก ใบ รวมไปถึงเมล็ด ซึ่งจัดเป็นสมุนไพร เพกาทั้ง 5

– เปลือกต้น มีรสฝาด เย็น ขมเล็กน้อย มีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน ขับลมในลำไส้ แก้โรคบิด ท้องร่วง บำรุงโลหิต ขับน้ำเหลืองเสีย บางแห่ง ผู้เฒ่าผู้แก่จะเอาเปลือกต้นมาต้มน้ำให้แม่ลูกอ่อนดื่ม ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ดับพิษโลหิต และบำรุงโลหิต การใช้รักษาฝี – นำเปลือกต้นฝนทารอบๆบริเวณฝี ช่วยลดความปวดฝีได้ การใช้รักษาอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบ – นำเปลือกต้นฝนกับน้ำปูนใสทาลดอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบ

– ราก มีรสฝาดขมเล็กน้อย ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ เรียกน้ำย่อย เจริญอาหาร รักษาโรคท้องร่วง บิด หากนำมาฝนกับน้ำปูนใสทาแผลที่อักเสบ ฟกช้ำ บวม จะช่วยให้หายไปในระยะเวลาอันสั้น

– ฝักอ่อน นิยมรับประทานเป็นผัก ช่วยบำรุงธาตุ ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ

– ใบ ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง ขับลม บรรเทาอาการปวดไข้ และยังช่วยให้เจริญอาหาร

– เมล็ด สามารถใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ

– ยาพอกแก้โรคฝี เอา เปลือกเพกา ฝนกับน้ำสะอาด ผสมกับเมล็ดต้อยติ่ง ทาหรือพอก ดับพิษฝีได้ดีนักแล

– แก้โรคงูสวัด ใช้รากต้นหมูหมุน ( พืชตระกูลสาวน้อยปะแป้ง) เปลือกคูณ เปลือกต้นเพกา ฝนใส่น้ำทา หายเร็วดีนัก

– ยาพอกแก้โรคฝี เอาเมล็ดต้อยติ่ง ผสมกับน้ำเปลือกเพกา ฝนทา หรือพอกดับพิษฝีได้ดีนักแล

– ยาแก้พิษหมาบ้ากัด เอาใบกระทุ้งหมาบ้า ลนไฟปิดปากแผล หรือเอาเปลือกเพกา ตำพอกแผลนั้นก็ได้

– ยาแก้ลูกอัณฑะลง (ไส้เลื่อน) ใช้รากเขยตาย เปลือกเพกา หญ้าตีนนก ทั้งหมดตำให้ละเอียด ละลายน้ำข้าวเช็ดใช้ขนไก่ชุบพาด ทาลูกอัณฑะ ทาขึ้น ( อย่าทาลง)

– ยาแก้เบาหวาน ใช้ใบไข่เน่า เปลือกต้นไข่เน่า ใบเลี่ยน รากหญ้าคา บอระเพ็ด แก่นลั่นทม เปลือกเพกา รวม 7 อย่าง หนักอย่างละ 2 บาท มาต้มรับประทานครั้งละ 1 แก้วกาแฟ ก่อนอาหาร เช้า – เย็น

– คนโบราณเชื่อว่า ฝักเพกา มีสรรพคุณช่วยขับลม ขับเสมหะ ถ้ากินบ่อยนักก็ไม่ดี จะทำให้เป็นต้อเนื้อที่ตาได้ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า ฝักและยอดอ่อนของเพกาสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้อีกด้วย

สิ่งที่ควรระวัง : หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานฝักอ่อนของเพกา เพราะอาจทำให้แท้งบุตรได้ เนื่องจากฝักของเพกามีฤทธิ์ร้อนมาก

ขอบคุณแหล่งที่มา : matichon.co.th , karatbarsaec.com