วิธีการใช้ประโยชน์จาก “เยื่อไส้ในฟักทอง”

0
1683

ส่วนใหญ่แล้วคุณแม่บ้าน เวลานำฟักทองมาทำอาหาร มักจะใช้ส่วนเนื้อของฟักทอง ที่มีรสมันหวาน ส่วนเปลือกถ้าแข็ง ก็จะปอกทิ้ง ซึ่งบางคนเปลือกเขียวๆก็ชอบไม่ปอกทิ้ง และคว้านเยื่อกลางผลเมล็ดทิ้งหมด รู้ไหมว่าส่วนที่ทิ้งไปนั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้วยวิธีอื่นได้อีก

1. น้ำเยื่อ-เมล็ดฟักทอง

เนื่องจากส่วนที่เป็นเยื่อนั้น ประกอบด้วยเมล็ดและเยื่อไส้ใน ซึ่งมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรคือ

เมล็ด รสมัน ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย ใช้ได้ดีไม่พบฤทธิ์ข้างเคียง

เยื่อกลางผล รสหวานมัน พอกแก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ

วิธีการดื่ม :

เมื่อปั่นเสร็จจะดื่มทันทีเลยหรือแช่เย็น หรืออุ่นๆ ส่วนใหญ่แล้วจะมีรสหวานเพราะมีส่วนเนื้อติดมาบ้าง การจะเพิ่มความหวานแล้วแต่ชอบนะคะ รวมทั้งการจะกรองกากออกให้น้ำไม่ข้นมากดื่มไม่สะดุดก็ได้

ซึ่งเด็กๆหรือผู้สูงอายุ ควรกรองด้วยกระชอน หรือตะแกรงถี่ๆ เพื่อให้น่าดื่ม ดื่มไม่สะดุด จะทำให้ดื่มง่ายและอยากดื่มอีก แต่ผู้ที่ต้องการกากมากก็ดื่มได้เลย ( ที่จะเป็นกากแข็งสักนิดก็คือ ส่วนที่เป็นเปลือกหุ้มเมล็ด)

กรณีไม่มีเครื่องปั่น เมื่อต้มหรือนึ่งสุก ส่วนเยื่อกลางผลผสมน้ำเล็กน้อย นำไปยี่กดกับตะแกรงหรือกระชอน ส่วนเมล็ดนำไปตำแล้วนำมายี กดไปกับตะแกรง จะกดยีพร้อมกับเยื่อก็ได้ เพิ่มน้ำตามชอบ จะนำไปต้มอีกครั้งเพิ่มความหวาน การไม่ใช้เครื่องปั่นควรกรองกากออกนะคะ

2. นำไปปั่นเพื่อใช้หุงข้าว

– โดยการปั่นเยื้อไส้ในสด ๆ ที่แกะออกมาจากกลางผลได้เลย ปั่นให้ละเอียดแล้วกรองเพื่อนำส่วนที่ไม่ละเอียดออก ก่อนนำไปใส่ในหม้อหุงข้าว

กรณีไม่มีเครื่องปั่น นำมาตำให้ละเอียดแล้วตักใส่ภาชนะเติมน้ำเท่าปริมาณที่จะใช้หุงข้าวแล้วกรองด้วยกระชอนหรือผ้าข้าวบาง

– น้ำเยื่อกลางผลและเมล็ดที่ปั่นกรองเทใส่ข้าวที่ซาวน้ำแล้ว ใส่น้ำเท่าที่เราหุงข้าวทุกครั้ง

 

– ข้าวสุกตามปกติ แต่เราได้สารอาหารที่มีประโยชน์มากขี้น ยิ่งถ้าใช้ข้าวขาวขัดสีจนขาวมากเราแทบไม่ได้สารอาหารที่มีประโยชน์จากเมล็ดข้าว

เมื่อเราเพิ่มเยื่อกลางผลและเมล็ดฟักทองหรือสมุนไพรอื่น ๆ ลงไปจะทำให้ข้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างเพราะว่า สมุนไพรแต่ละชนิดที่เราผสมเป็นน้ำก่อนหุงข้าวนั้นมีสรรพคุณประโยชน์หลายอย่างที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : gotoknow.org

เรียบเรียงโดย : ลองลองดู.com