คิดว่า เพื่อนคงเคยอาจจะเคย ดองกระเทียมโทนรับประทานเองกันบ้างแล้ว ด้วยสูตรต่างๆๆนานา แลคงเคยประสบปัญหาฟองอากาศที่เกิดขึ้นขณะดอง อีกทั้งผิวกระเทียมก็มีสีคล้ำและน้ำดองกระเทียมขุ่น หรือว่ามีเชื้อราดำ เกิดขึ้นได้ และอาจจะดูไม่น่ารับประทานจนต้องทิ้งกันไปหลายเลยใช่ไหมครับ ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะขั้นตอนการดองไม่สะอาดพอเพียง วันนี้ผมเลยจะนำเอาขั้นตอนและวิธีการดองกระเทียมอย่างถูกวิธีมาฝากเพือนๆๆให้ไว้ลองทำเก็บไว้ทานกันหรือว่าเป็นของฝากกันก็ได้ครับ

ส่วนผสม :

1. กระเทียมโทนสด 2 กิโลกรัม

2. น้ำตาลทรายชนิดไม่ฟอก 1,400 กรัม

3. น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล 2 ½ ถ้วย

4. น้ำเปล่า 1 ถ้วย

5. เกลือ 6 ช้อนชา

6. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

7. สารส้มสำหรับ แกวงน้ำทำน้ำสารส้ม ไว้สำหรับแช่เจ้ากระเทียมสดที่เราปอก หากว่าเราต้องการเพิ่มน้ำผึ้ง มากกว่านี้ ต้องลดน้ำตาลลงครับ แต่อย่างไร ก็ตามไม่ควรเกิน หกช้อนโต๊ะครับและต้องลดน้ำตาลลง150 กรัมครับ ไม่ควรเน้นไปทางหวานมาก น้ำดอง จะไม่ซึมเข้าไปถึงแกนกระเทียม ครับ

มาเตรียมพร้อมลงมือการเลยครับ :

1. เริ่มด้วยการทำน้ำสารส้มเจือจางก่อนนะครับ โดยแกว่งสารส้มในน้ำสะอาดในภาชนะที่เราจะแช่ กระเทียมครับ *ขอให้เป็นภาชนะที่แช่ได้ทั่วกระเทียมนะครับ

2.เมื่อแกว่างแล้ว ให้เราชิมดูให้มีรสเปรี้ยวนิดหน่อยครับ จากนั้นคัดกระเทียมโทนหัวที่ยังแข็งและเต็มหัวดี ไม่ฝ่อ มาปอกเปลือกและเฉือนขั้วออกให้เรียบร้อยนะครับ ต้องไม่เหลือติดสีน้ำตาลดำไว้นะครับ

3. เมือแกะแล้วให้เราให้ใส่ลงแช่ในน้ำสารส้มเจือจางไว้ เพื่อทำให้ผิวของกระเทียมโทนขาวและถือเป็นการทำความสะอาดไปด้วยอีกทางหนึ่งครับ โดยปริมาณของกระเทียมที่ดองแต่ละครั้ง ให้คุณคะเนว่ามากพอจะบรรจุลงในขวดแก้วที่เตรียมไว้ได้ถึงคอขวดเพราะหากกระเทียมมีปริมาณน้อยไป

4. เมื่อนำไปดองหัวกระเทียมจะลอยขึ้นด้านบนและสัมผัสกับอากาศบริเวณปากขวด ทำให้เกิดเชื้อราได้ครับ

..ระหว่างที่เราทำการแช่กระเทียมไว้นั้น 

ทำน้ำสำหรับดองกระเทียมดองกัน :

1. ผสม น้ำตาลทราย กับ น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง น้ำเปล่า และ เกลือ คนให้ละลายก่อนนิดหน่อยก่อนนะครับ แล้วค่อยยกหม้อยกขึ้นตั้งไฟกลาง

2. รอให้ส่วนผสมละลายดี ชิมรสดูให้ได้สามรสกลมกล่อม เปรี้ยวเค็ม หวาน ระวังอย่าให้หวานมากเกินไป เพราะเมื่อนำไปดองแล้ว น้ำตาลจะรัดกระเทียมและทำให้น้ำดองไม่สามารถซึมเข้าไปถึงแกนของกระเทียมได้ดีครับ

3. เมื่อส่วนผสมละลายแล้ว ปิดไฟ นำไปกรองผ่านผ้าขาวบางสะอาด พักไว้ให้เย็นดีก่อนนะครับ

4. ต่อมาให้นำขวดที่จะใส่กระเทียม ฝาขวด และคีมสำหรับคีบกระเทียม มาลวกในน้ำร้อนจัดแล้วนำขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำก่อนนะครับ เพื่อฆ่าเชื้อและทำความสะอาดไปด้วยในตัวครับ

5. จากนั้นนำกระเทียมที่แช่ไว้ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วพักให้สะเด็ดน้ำดีก่อนนะครับ โดยใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ และเลือกหัวที่เสีย มีตำหนิต้องทำการปาดหรือว่าตัดออกให้หมดนะครับ เพราะว่าเค้าอาจจะเป็นแหล่งเชื้อที่ทำให้กระเทียมเราเสียหายได้ครับ

6. จากนั้นใช้ปากคีบที่ลวกแล้วคีบกระเทียมเรียงลงในขวดทีละชั้น ให้สวยงามและแน่นดีจนกระทั่งถึงคอขวดเตรียมไว้ แล้วรินน้ำดองที่เย็นแล้วใส่ลงขวดจนท่วมกระเทียม ปิดฝาขวด

7.วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 3 วัน จึงนำไปแช่ตู้เย็น เก็บไว้อย่างน้อยสามเดือนครับ จึงพร้อมทาน โดยระหว่างดองอยู่นั้น ขอแนะนำว่า ห้ามเขย่าหรือเปิดฝาขวดเด็ดขาด เพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์จากอากาศภายนอกหรืออากาศ หรือว่าเชื้อจากบริเวณช่องคอขวดเข้าไปสัมผัสกับกระเทียมที่จมอยู่ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดเชื้อราและทำให้กระเทียมดองบูดเสีย หรือว่ามีราดำที่ผิวหน้าได้ครับ

หากว่าเพือนๆๆ ได้ทำตามวิธีที่แนะนำมานี้ รับรองว่า กระเทียมโทนดองน้ำผึ้งสามรส ของเพื่อนๆๆ จะไม่เกิดฟองอากาศ หรือว่าน้ำดองไม่ขุ่น ไม่สวย และยังได้กระเทียมโทนสีสวยไว้รับประทานอีกด้วยครับ

เห็นไหมครับ ว่าจริงๆๆแล้วการทำกระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง ไม่ได้ยากอะไรเลยครับ เพือนๆๆท่านใดมีกระเทียมโทน ไว้ลองทำเก็บไว้ทานบำรุงร่างกาย หรือว่าเป็นของขวัญของฝาก กันดูนะครับ

ประโยชน์กระเทียมโทน :

1. หัว และใบกระเทียมโทนสดใช้ประกอบอาหาร ทั้งเมนูผัด และต้ม ช่วยดับกลิ่นคาว และเพิ่มรสเผ็ดอ่อนๆ

2. หัว และใบกระเทียมโทนสดใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงหรือรับประทานคู่กับอาหารจำพวกลาบ น้ำตก ซุบหน่อไม้ เป็นต้น

3. หัวกระเทียมโทนนิยมใช้ดองหวานหรือดองน้ำผึ้ง เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจาก หัวกระเทียมไม่มีกลีบ มีหัวเดียว ให้เนื้อหัวมาก รับประทานได้ทั้งหัว เมื่อดองแล้วจะมีรสหวาน มีกลิ่นหอม นิยมรับประทานหัวดองหรือใช้น้ำดองปรุงรสอาหาร

สรรพคุณกระเทียมโทน :

หัวกระเทียม

– ช่วยบรรเทาอาการไอ โดยรับประทานหัวสดหรือต้มน้ำดื่ม

– แก้โรคผิวหนัง โดยใช้หัวหระเทียมแก่ ฝานเป็นแผ่นหรือบดทาบริเวณเกิดโรคผิวหนัง

– ช่วยรักษาแผล แก้แผลเน่าเปื่อย โดยผ่าหัวกระเทียมหรือบด แล้วทาพอกแผล

– ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย

– แก้โรคหอบหืด

– แก้อัมพฤกษ์ อัมพาต

– ช่วยบำรุงปอด แก้วัณโรค

– ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

– ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือด

– ช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่ม

– ช่วยป้องกันหัวใจขาดเลือด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Aukrit Phetjan

เรียบเรียงโดย : ลองลองดู.com