ช่วงชีวิตของคนเราเมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็ต้องมีการเกษียณตัวเองจากการทำงาน ส่วนมากถ้าทำงานในระบบก็จะเกษียณที่อายุประมาณ 60 ปี หรือถ้าทำงานเอกชนอาจจะกลับมาเร็วหน่อยโดยไม่ถึง 60 ปี เพราะถ้าอายุขนาดนั้นแล้วคงไม่สนุกกับการทำงานหนักเหมือนช่วงวัยรุ่นแน่นอน

อาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คนจึงหนีไม่พ้นอยากกลับมาทำเกษตร และการได้ใช้ชีวิตบนพื้นฐานวิถีเกษตรเป็นความสุขที่ใครหลายคนใฝ่ฝันถึง เป็นการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีคุณค่า หลายคนอาจแย้งว่าทำงานมามากแล้วอยากอยู่เฉย ๆ ดีกว่า แต่เชื่อเถอะครับว่าการอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรซักระยะจะมีคำถามที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่า แล้วยังไงต่อ ! มันจะเป็นชีวิตที่แห้งเหี่ยวขาดชีวิตชีวา

 

ลองหาอะไรเป็นงานอดิเรกที่เราชอบดูบ้าง ลองทำสิ่งใหม่ ๆ เท่านี้ชีวิตเราก็จะมีคุณค่ามากขึ้นแล้วครับ แล้วถ้าความฝันของใครหลายคนที่อยากทำเกษตรหลังเกษียณผมก็มี 5 เคล็ดลับมาบอกสำหรับผู้ที่อยากเกษียณอย่างมีคุณค่าครับ

5 เคล็ดลับที่ต้องรู้มีดังต่อไปนี้

1.รู้ว่าต้องการปลูกอะไร

เริ่มต้นจากศึกษาพืชชนิดต่าง ๆ ศึกษาก่อนล่วงหน้าและรู้ว่าตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ ตัวเราเองชอบพืชไร่ พืชสวน หรือไม้ดอกไม้ประดับ ถ้าเลือกได้แล้วลองศึกษาอายุของพืชแต่ละชนิด การดูแลรักษา ลองปลูกดูซักพักว่าเราชอบพืชชนิดนั้น ๆ ไหม มีการศึกษาตลาด ทำเท่าที่แรงเรามีอยู่ก่อน ไม่มากเกินไป

เพราะอย่างน้อยก็อาจจะเป็นรายได้เสริมของเราอีกทางหลังเกษียณ หรือถ้าไม่อยากทำเป็นเชิงพาณิชย์ การปลูกไม้ดอกไม้ประดับหรือกล้วยไม้ที่บ้าน ก็ต้องมีการศึกษาวิธีปลูกและการดูแลรักษาเช่นกัน

มีการวางแผนล่วงหน้าโดยต้องศึกษาจากลักษณะอากาศที่พืชชอบ การดูแล ชอบน้ำมากน้อยเพียงใด การให้ปุ๋ย การต่อระบบน้ำหยด การเตรียมดิน การเพาะพันธู์ หรือแม้กระทั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิต ผมคงฟันธงหรือเจาะจงให้ไม่ได้ว่าจะต้องปลูกพืชอะไร เพราะเราแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าเลือกสิ่งที่ถูกจริตกับเรามากที่สุด แล้วก็อย่ารอช้าครับ จัดไป!

2.หาพื้นที่ในบ้าน

ลองหาพื้นที่ว่าง ๆ รอบบ้านของตัวเอง ปรับปรุงพื้นที่ต่างให้สามารถปลูกพืชได้ ถ้ามีสวนยิ่งดี สำคัญการทำเกษตรอยู่ที่น้ำ มีคลองไหลผ่านจะดีมาก ถ้าไม่มีก็สามารถเจาะน้ำบาดาลก็ได้ หรือปลูกดอกไม้กล้วยไม้ไว้ชมเล่นเราก็ต้องปรับปรุงพื้นที่บ้านทำแปลงดอกไม้อยู่ดีครับ หลายคนวาดฝันไว้ว่าจะมีสวนเล็ก ๆ ในบ้าน คอยรดน้ำเช้าเย็นอย่างชุ่มช่ำ พร้อมกับอยู่กับลูกหลานอย่างมีความสุข

3.ลงมือทำก่อนเกษียณ

อย่ารอให้เกษียณแล้วค่อยลงมือทำ เพราะนั่นอาจจะสายไป ถ้าเราอยากทำเกษตรจริง ๆ ควรเริ่มลงมือทำก่อนอย่างน้อย 2-5 ปีก่อนเกษียณ หรือถ้าใครจะเกษียณในอีกไม่ช้าก็สามารถเริ่มได้ทันที การรอให้เกษียณแล้วค่อยลงมือจะทำให้เราเหนื่อยมากแล้วก็ได้ ลองศึกษาหรือทำควบคู่กับงานประจำมาเรื่อย ๆ ก่อน ปรับปรุงเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ เมื่อเราอยู่กับมันมากพอเราก็จะชำนาญในเรื่องนั้น ๆ

เริ่มก่อนได้เปรียบครับ เกษียณมาแล้วก็สามารถทำต่อได้เลยเพราะเราปูทางมาก่อนแล้ว เป็นความสุขที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสะดุด เพียงเท่านี้เราก็พร้อมจะเกษียณแล้ว หรือจะเรียกเท่ห์ ๆ ว่า ให้เกษียณเมื่อไหร่ ขอให้บอก ! (ฮา)

4.ประเมินจากสิ่งที่ทำ

เมื่อลองปลูกซักพัก อาจมีการปรับแก้เพื่อหาจุดลงตัวของพืชแต่ละชนิด อาจปลูกโดยใช้วิธีที่ต่างกันประมาณ 2-3 แบบ เมื่อลงตัวแล้วก็อาจจะปลูกพืชอย่างอื่นเพิ่มเติมเข้ามาได้ ศึกษา เรียนรู้ ลงมือทำ แก้ไขปรับปรุง ลงมือทำ เท่านี้เองเราก็สามารถมีความสุขกับสิ่งที่ทำได้แล้ว อย่างว่าครับ ถ้าเรารักในสิ่งที่ทำ มันจะไม่เป็นการฝืนใด ๆ ทั้งสิ้น

5.เตรียมพร้อมเกษียณอย่างมีความสุข

ทีนี้เราก็พร้อมที่จะเกษียณตัวเองแล้ว ความสุขไม่ได้อยู่ที่การผูกไว้ในอนาคต แต่อยู่ที่เราอยู่กับปัจจุบัน มีความสุขกับสิ่งที่เราทำสิ่งที่เราเป็น เพียงเท่านี้เราก็เป็นคนเกษียณอย่างมีคุณภาพแล้วครับ การเกษียณก็เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกช่วงของชีวิต ผมว่าเกษียณอย่างมีคุณค่าโดยหาอะไรสนุก ๆ ทำจะดีกว่า

 

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : organicfarmthailand.com