หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินความอเนกประสงค์ของเจ้า เบคกิ้งโซดา กันมามากมาย หลากหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงบนร่างกายและใบหน้า วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์นำมะกรูดสด ๆ มาสระผมให้ฟังนะคะ

หลังจากได้ยินคนเฒ่าคนแก่บอกว่าเอามะกรูดมาสระผม เราเองก็เคยลองนำมะกรูดมาต้มทำแชมพูมาแล้ว แต่วันดีคืนดี เรานึกอยากลองมะกรูดสดๆ เลยลองค่ะ สรุปว่า ลองหลายครั้งแล้ว มันโอมาก ง่ายมา จนอยากมาบอกต่อค่ะ

สำหรับคนที่ไม่มีอุปกรณ์มากมายก็ทำได้ แค่มีมีดไว้หั่นมะกรูดกับมีขวดไว้ใส่วัตถุดิบทั้งหมดแค่นั้นเอง

วัตถุดิบ

1. มะกรูดแก่ 1 ลูก

2. เบกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำ 2 ถ้วย หรือประมาณครึ่งขวด

อุปกรณ์

1.มีด

2.เขียง

3. ขวดน้ำที่มีฝาเป็นจุกแบบแชมพู หรือขวดน้ำอะไรก็ได้

วิธีทำ

1. คลึงมะกรูดเพื่อให้น้ำมันออกมาเยอะๆ แล้วหั่นเป็นสองซีก แล้วบีบน้ำออกมาให้หมด จากนั้น นำน้ำมะกรูดและเบกิ้งโซดามาผสมกันในขวด ใส่น้ำไปประมาณ 2 ถ้วยหรือครึ่งขวด เขย่าให้เบกิ้งโซดาละลายแล้วพักไว้ก่อน

 

2. นำเปลือกมะกรูดมาถูๆ ชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ นวดวนๆให้ทั่ว หรืออาจจะหมักทิ้งไว้พักหนึ่งก็ได้ ซึ่งเปลือกมะกรูดจะทำให้ผมนุ่มลื่นและบำรุงหนังศีรษะไม่ให้แห้ง เป็นรังแค

 ขั้นตอนสุดท้ายคือ น้ำน้ำมะกรูดที่ผสมกับเบกิ้งโซดาและน้ำ ค่อยๆเทลงบนศีรษะช้าๆ นวดบริเวณที่เปียกให้ทั่ว จะรู้สึกได้ว่าความมันหายไปเยอะมาก และก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ความรู้สึกหลังใช้มาสักพักนะคะ

รู้สึกชอบมากกกกกก ตอนที่เอาเปลือกมะกรูดมารูดๆ ถูๆ ที่ผม เพราะว่ามันมีน้ำมันออกมา แต่ไม่มันมากไป สามารถล้างความมันหมดไปได้ด้วยน้ำมะกรูดผสมเบกิ้งโซดาที่เราทำไว้นั่นแหละ (เคยเอาน้ำมันอื่นทาแล้วล้างออกยากมากก)

ที่สำคัญและทำให้เราติดใจใช้ต่อเรื่อยๆ เพราะว่าเมื่อสระและล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้ว ผมยังนุ่มอยู่ และรังแคก็ไม่มีด้วย ถ้าเอาเปลือกมะกรูดถูๆๆๆที่หนังศีรษะเยอะๆ ยิ่งไม่มีรังแคเพราะมันจะไปเพิ่มความชุ่มชื่นให้หนังศีรษะ ไม่แห้งจนเกิดรังแค (แบบที่แชมพูเคมีทำให้ผมลื่นแต่หนังหัวแห้งอ่ะ)

และที่ชอบสุดๆ อีกอย่างคือ ตอนที่ผมแห้งแล้วมีน้ำหนัก ไม่ฝีบเรียบลีบติดหัวเหมือนเวลาใช้แชมพูเคมีเลย อันนี้คือถูกใจข้านักแล

สุดท้าย ปลื้มปริ่ม เพราะว่าทำง่าย อุปกรณ์ไม่เยอะ แต่ถ้าใครมีอุปกรณ์เยอะกว่านี้ สามารถเอามะกรูดไปเผาไฟก่อนได้ (ยังไม่เคยลองนะคะ แต่เค้าว่ากันว่า) มันจะทำให้น้ำมันยิ่งออกมาเยอะกว่าเดิมค่า

ถ้าอยากทำเก็บไว้ใช้นานๆ ก็ตามมาดูวิธีที่เราเคยสอนไว้ได้ในลิงก์นี้นะจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : สมาชิกพันทิป คุณ khunploysi, PloySiTV

เรียบเรียงโดย : ลองลองดู.com