น้อยคนจะสนใจ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “คนไทย” ป่วยเป็น “มะເร็ง” กันมาก

0
66

น้อยคนนักจะรู้ว่า คนไทย เราต้องเผชิญกับโรคร้ายที่เรารู้สาเหตุกันดีแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ หากนำสารเคมีจำกัดศัตรูพืชที่ประเทศไทย “นำเข้า” ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันนี้ มาอัดเรียงเป็นแนวตั้ง จะพบว่าสูงเกินระดับของ “ตึกใบหยก 2” หรือเลยเถิดขึ้นไปกว่านั้น ซึ่งบ้านเรานำเข้าสารเคมีกันเยอะมากๆในทุกปี

ซึ่งสสารไม่มีวันหายไปจากโลกฉันใด สารเคมีกำจัดศัตรูพืชย่อมปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและตกค้างอยู่ในพืชผลการเกษตรฉันนั้น และมีการพบว่าเกษตรกรมีอัตราการป่วยเป็นมะเร็วที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหามีหญิงตั้งครรภ์ที่ทำอาชีพเกษตรกรผลกระทบนี้ส่งถึงลูกในท้องโดยตรงอย่างหลีกลี่ยงไม่ได้

นอกจาก “เกษตรกร” ซึ่งสัมผัสกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชโดยตรงแล้ว ในส่วนของ “ผู้บริโภค” ทั่วไปก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสารอันตรายเหล่านี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ที่สำคัญก็คือส่วนใหญ่แทบจะไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของมัจจุราชซ่อนรูปตนนี้

พบว่า มีสารเคมีและสารพิម “ตกค้าง” ในผลผลิตทางการเกษตรที่มาวางขๅยเป็นจำนวนมาก และเกือบทั้งหมดมีปริมาณสารพิមตกค้างเกินค่าสูงสุด อันได้แก่ พริกแดง, กะเพรา, ถั่วฝักยาว,คะน้า, ผักกาดขๅว

อีกสาเหตุหนึ่งที่หลายคนไม่คาดคิด

อีกหนึ่งผลพวงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่นำมาซึ่งอันตรายแก่ผู้บริโภคก็คือ “ເເมลงทอด” โดยกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า คนไทยบริโภคເເมลงแทบทุกชนิด โดยເເมลงยอดนิยม ได้แก่ ดักแด้หน อนไหม หน อนไม้ไผ่ แมงดานา ตั๊กแตน ເເมลงกระชอน จิ้งโกร่ง และจิ้งหรีด

แม้ว่าอาหารประเภทนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากมีโปรตีนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับสารอันตราย โดยเฉพาะ “ตั๊กแตน” ที่กินใบไม้ จึงมีสารกลุ่ม “คาร์บาเมต” ปนเปื้อน

สำหรับผลข้างเคียงจากสารเคมีชนิดดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ อ่อนเพลีย วิงเวียน อาเจียน สายตากระตุก ไปจนถึงเป็นตะคริวที่ท้อง ปัสสาวะราด ความดันต่ำ หัวใจเต้นช้า หายใจขัด หากไม่ได้รับการรักษาอายถึงขั้น “เสียชีวิต”

ในส่วนของ “ดักแด้หนอ นไหม” มักจะพบสาร “ฮีสตามีน” ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ และไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน เมื่อสารอยู่ในร่างกายมากจะส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติของผิว ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดจะมีอาการหนักมากจนถึงขั้น “เสียชีวิต” เช่นกัน เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของภัยร้ายที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องรู้เท่าทัน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่เราจะสามารถปกป้องตัวเองก็คือการล้างผักอย่างน้อย 3 น้ำให้สะอาดและหันมาละลายด่างทับทิมในการผักกันให้บ่อยขึ้น ทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่จะก่อโรคให้ได้ด้วย

แหล่งที่มา : เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thailand Pesticide Alert Network : Thai PAN)

เรียบเรียงโดย : manoodped.com

longlongdo.com