หนียังไงก็ไม่พ้น ลักษณะของ บุตร ที่เกิดมาทวงหนี้ มีกรรมเก่าร่วมกันมาแต่ปางก่อน

0
31

หากพูดถึงบาปบุญคุณโทษใดใดในทางพุทธศาสนาแล้วนั้น ทุกการกระทำย่อมมีผลกรรมของมัน กฎแห่งกรรม 3 ชาติ มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาต่างหนีไม่พ้น พบ พราก สุข ทุกข์ เศร้า อภัย แค้น รัก ชัง นี่คือผลของกรรม กระทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น ไม่มีใครหนีพ้นกฎแห่งกรรม

หากพูดถึง “คู่สามีภรรยา” เองก็มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรมร่วมกันมาเลย ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้

ส่วน “บุตรธิดา” นั้นคือ หนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้ หรือชดใช้หนี้ ก็สุดแท้แต่เวรกรรมที่ทำมาหากไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น บิดา มารดา ลูกกันได้

เช่นนั้น คู่สามีภรรยาคู่ใด ที่มีกรรมดีร่วมกันมา ย่อมสมานสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ส่วนคู่สามีภรรยา ที่มีกรรมชั่ว ร่วมกัน มาแต่อดีตชาติ ย่อม ทะเลาะเบาะแว้ง บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกัน จนวันสุดท้าย

ส่วน “บุตรธิดา” นั้น จะมาเกิดใน 4 ลักษณะต่อไปนี้

1. มาเพื่อแทนคุณ

ด้วยบุญในอดีต ที่ได้สั่งสมร่วมกันมา ด้วยพระคุณที่มีต่อกัน จึงได้มาเกิดเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเรียกบุตรธิดาเหล่านี้ว่า “ลูกกตัญญู” เขามาเพื่อที่จะทดแทนคุณ เป็นเด็กดี ฉลาด เชื่อฟัง เขาเหล่านี้ไม่มีทาง จะทำอะไรเสียหาย ให้บิดามารดาต้องกลัดกลุ้มกังวลใจ

2. มาเพื่อล้างแค้น

ฟังดูอาจน่ากลัวสักนิด แต่ด้วยกรรมในอดีต ที่ได้สร้างร่วมกันมา จึงได้มาเกิดเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อเติบใหญ่ก็จะกลายเป็นลูกล้างผลาญ ทำให้ครอบครัวล่มสลาย เราเรียกบุตรธิดาเหล่านี้ว่า “”

เขามาล้างแค้น ดังนั้น อย่าได้ผูกเวรไว้กับเขา เจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ภายนอก ยังพอป้องกันได้ แต่นี่เกิดมาเป็นลูกหลานในบ้านใน ตระกูลแล้ว จะทำอย่างไรดี ดังนั้น อย่าทำร้ายใคร อย่าฆาแกงกัน เพราะต่างคนต่างก็รักตัวกลัวจากกันเช่นกัน

3. มาเพื่อทวงหนี้

บุตรธิดาที่มาทวงหนี้ ท่านว่าชาติก่อนหนหลัง บิดามารดาเป็นหนี้ไว้ ไม่ได้ชดใช้คืน หนี้ที่ว่าคือ หนี้เงิน ไม่ใช่หนี้ชีวิต เขาจึงเกิดมาเพื่อทวงหนี้คืน หากเป็นหนี้กันน้อย เกิดมาให้ดูแลปีสองปีเขาก็จากไป เราเป็นหนี้เขาเท่าไหร่ เมื่อใช้หมด เขาก็ไป ต่อให้คุณรักเขามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยใส่ใจคุณ หากเป็นหนี้เขาเยอะ เลี้ยงจนเติบใหญ่

เมื่อจบมหาวิทยาลัย เรียนจบวันนั้น ก็จากวันนั้น เขาไม่อยู่รับใช้เรา เพราะมาทวงหนี้ หนี้หมดก็จากไป หากเป็นหนี้บิดามารดาน้อย ก็เลี้ยงดูตามอัตภาพเหมือนที่เราเคยพบเห็น เลี้ยงบิดามารดาประหนึ่งคนรับใช้ในบ้าน

เพราะอะไร เพราะมาใช้หนี้กรรม ลูกประเภทนี้ แม้จะเลี้ยงดูบิดามารดา แต่ก็หล่อเลี้ยงแค่กาย ไม่หล่อเลี้ยงจิตใจ เลี้ยงดูโดยปราศจากความเคารพ และความกตัญญู

ซึ่งต่างจากบุตรที่เกิดมา เพื่อทดแทนคุณ โดยบุตรประเภทนี้ไม่เพียงแต่มาหล่อเลี้ยงเยี่ยวยาทางด้านร่างกายแล้วนั้น ยังหล่อเลี้ยงจิตใจบุพพการีด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่ลูกหลานยังรวมไปถึง ญาติสนิทมิตรสหาย ทั้งหลาย ทั้งที่เราได้รู้จัก และเคยได้อยู่ร่วมกันมา หากแต่เป็นเพราะ กรรมที่ก่อกันมา หนักหนา หรือ เบาบาง หากบุญคุณ ความแค้นหนักหนา ก็เกิดมาเป็นคู่สามีภรรยา และลูกหลานพี่น้อง

หากบุญคุณ และความแค้นเบาบาง ก็เกิดมาเป็นญาติสนิทมิตรสหาย คุณเดินซื้อของในตลาด อยู่ๆคนแปลกหน้า ก็มายิ้มให้คุณและ คุณก็ยิ้มตอบ ล้วนเป็นบุญกรรม แต่ชาติปางก่อน

แต่ถ้าคุณรู้สึก ขัดหูขัดตา แถมไม่พอใจ ยังทะมึงตา ใส่ฝ่ายตรงข้ามอีก นี่ก็ล้วนเป็นบุญกรรม แต่ชาติปางก่อนเมื่อเข้าใจในกฏแห่งกรรม เหล่านี้ เราจะได้ไม่ผูกกรรมด้านดำเพิ่ม แต่จงผูกกรรมด้านขๅวซึ่งเป็นกรรมดีจะดีกว่า

4. มาใช้หนี้ชาติก่อนหนหลัง

เขาเป็นหนี้บิดามารดาไว้ ไม่ได้ชดใช้คืน เมื่อเขาเกิดมาในชาตินี้ จึงต้องทำงาน หาเงิน เหน็ดเหนื่อย เพื่อเลี้ยงดูบิดามารดา แต่ก็อยู่ที่ว่า เป็นหนี้บิดามารดามาก น้อยเพียงใด หากเป็นหนี้มาก ก็ต้องเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นอย่างดี

หนทางการแก้ไข จะต้องแก้ไขอย่างไร?

-หากเราและลูกหลานผูกกรรมที่ไม่ดีต่อกันมา แต่ปางก่อนแล้ว คำตอบก็คือ นำพาลูกหลานเข้าวัด หมั่นบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ศึกษาพระธรรม

-เมื่อต่างฝ่ายต่างศึกษาธรรม ย่อมแปรกรรมร้าย ให้กลายเป็นกรรมดีได้ ย่อมคลายความจองจำ คับแค้นให้สลายคลายลงได้ เช่นนี้ที่เราเรียกว่า “เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต เปลี่ยนร้าย กลายเป็นดี”

แหล่งที่มา : ธรรมะอิ่มใจ

เรียบเรียงโดย : manoodped.com

longlongdo.com